แข่งกับตัวเอง

หลังจากได้ลองใช้งาน Nike + iPod วันนี้เป็นวันที่สอง ก็บังเกิดพุทธิไอเดียว่าน่าจะเดินออกกำลังกายเสียทั้งเช้าและเย็นในหนึ่งวันไปเลย จะได้เผยพลังงานออกไปได้เยอะๆ ชักจะไปกันใหญ่ เพราะรู้สึกติดอกติดใจช่วงเวลายามเช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

หลังจากเริ่มไปเดินออกกำลังที่สวนสมเด็จฯ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน นาฬิกาชีวะภายในกายก็ตีบอกเวลาตื่นนอนได้ตั้งแต่ยังไม่หกโมงดี นั่นเพราะรีบเข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มกว่าๆ ด้วย อยากตื่นเช้าอย่างนี้ทุกวัน

กิจกรรมแรกของวันก็เปลี่ยนจากนั่งอ่านหนังสือพิมพ์มาเป็นเตรียมการเดินออกกำลัง สัปดาห์นี้ได้ไปที่สวนสมเด็จฯ ถึงสามวันเพราะเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์พอดี ยิ่งได้คู่หูใหม่เป็น Nike + iPod ครบชุดด้วยแล้ว ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการออกำลังกายได้ประเสริฐนัก การเดินกับคู่หูใหม่ตั้งแต่เมื่อวานทำให้เห็นถึงลักษณะการเดินได้เป็นอย่างดี นี่จะช่วยวางแผนการเดินได้ดีพอๆ กับการเสริมสร้างความรื่นรมย์ในระหว่างนั้น

เช้านี้ก่อนออกไปเดินก็ต้องขึ้นชั่งน้ำหนักเสียก่อน ทั้งสามครั้งเข็มหยุดอยู่ที่เก้าสิบห้ากิโล มีกำลังใจขึ้นบ้างแล้ว

ข้อมูลการเดินเมื่อวานได้ความว่าการเดินหนึ่งชั่วโมงได้ระยะทางเกือบหกกิโล ใช้พลังงานได้เกือบหกร้อยแคลอรี่ ของวันนี้เดินได้ไกลขึ้นและเผาพลังงานได้มากขึ้นนิดหน่อย แต่ลักษณะการเดินไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก

ทำให้คิดไปว่าถ้าเข้าเผาสักหกร้อย เย็นอีกหกร้อยแคลอรี่ ก็วิเศษนัก

นั่นยังไม่มีข้อมูลว่าการเดินที่บ้านจะเป็นเช่นไร พรุ่งนี้ต้องเริ่มเก็บข้อมูลมาพิจารณาก่อน เป้าหมายคร่าวๆ ขณะนี้คือ ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง ระยะทางหกกิโล หกร้อยแคลอรี่ เดินด้วยความเร็วห้าจุดเจ็ดกิโลเมตรต่อชั่วโมง

การออกกำลังกายอย่างมีความสุขมันสนุกเช่นนี้แล…

วันนี้ได้สิ่งที่ต้องการดังหวังไว้

หากกล้ามเนื้อข้อเท้าขวาด้านหน้าหายสนิทเช้านี้คงได้เดินออกกำลัง นั่นเป็นคำแก้ตัว… เพราะเอาเข้าจริงก็ตื่นสาย หลังจากกลับเข้าไปนอนหลังต่อตอนราวๆ ตีห้า เนื่องจากปวดปัสสาวะอย่างแรงจนนอนต่อไปไม่ได้ ตื่นอีกทีก็ปาเข้าไปหกโมงครึ่งแล้ว

รับพรวันเกิดแบบย่อๆ จากแม่แล้วก็จัดการกิจส่วนตัวทั้งหลายให้เรียบร้อยก่อนจะออกไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หลังจากเว้นวรรคงานหนังสือไปเมื่อคราวเดือนตุลาปีที่แล้วไปหนึ่งครั้ง คราวนี้คิดว่าจะไม่ซื้อหนังสือมากมายนัก เพราะหนังสือที่ซื้อมาสะสมไว้หลายปีดีดักยังไม่พร่องลงไปสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าปีนี้ทำสถิติซื้อน้อยเป็นประวัติการณ์สักหน่อย ต้องใช้พลังจิตไม่น้อยเลยนะนี่

มาถึงงานด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินราวๆ สิบโมงครึ่ง เปลี่ยนแผนการเดินงานแบบสวนทางกลับครั้งก่อนๆ เลยดีกว่า เพราะทุกครั้งที่มาจบที่บูธมติชนในโซนพลาซา ต้องผจญกับคลื่นมหาชนอยู่ร่ำไป ครานี้เริ่มที่นี่เอาเสียเลย ได้ผล… คนน้อยดี เดินดูอย่างทั่วถึงแล้ว หนังสือเข้าตามากมาย หักห้ามใจไว้ พลันก็พบกับป้ายประกาศของทางสำนักพิมพ์ว่าช่วงกลางปีจะมีงานครบรอบ 30 ปี มติชนที่นี่อีกครั้ง เข้าทางเลย วันนี้ไม่ต้องซื้อเลย เอาไว้มาดูอีกครั้งก็ยังไม่สาย

ต่อด้วยโซนซี มุ่งหน้าเต็มกำลังไปยังบูธของสำนักพิมพ์สร้างสรรค์วิชาการ เพื่อตามหาหนังสือ “เหมือนจะแพ้ แต่ไม่แพ้” โดยธรรมจักร สร้อยพิกุล เพราะเล่มที่อ่านไปราวสามรอบแล้วนั้นได้ส่งต่อไปยังเพื่อนสนิทคนหนึ่งแล้ว อยากหามาเก็บไว้เผื่อแจกใครที่อยากอ่าน ปรากฏว่า…ไม่มีวางเลย…

ไม่เป็นไรก็เดินต่อไป เพื่อหาหนังสือธรรมะตามใบสั่ง ระหว่างทางสำดุดกับบูธของสำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน เดินดูอยู่นานก็ได้หนังสือเรื่องการออกกำลังกายมาไว้เสริมความเข้าใจเรื่องนี้ จะได้พบความสำเร็จจริงๆ บ้าง ได้มาทั้งสำหรับต้วเองและเล่มหนึ่งเป็นคำแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ เหมาะเลยสำหรับแม่

จบลงที่เพลนนารี่ฮอลล์ เดินไม่ทั่วหรอก ต้องการหาแต่สำนักพิมพ์ธรรมสภาเพื่อหาหนังสือพุทธประวัติ มาจบเอาปลายทางพอดี ขณะที่กำลังหาทางโยกย้ายชัยภูมิกลับไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็มาสะดุดกับ “ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า” โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ใจจริงอยากอ่านหนังสือชุด “นาร์เนีย” อยู่เหมือนกัน แต่ที่ว่าสะดุดเพราะมีการจัดวางหนังสือเล่มนี้เป็นมุมเฉพาะ มีให้เลือกชมทั้งแบบเล่มเล็กเหมาะสำหรับพกพา และเล่มใหญ่ตามมาตรฐาน พอจะทราบถึงข่าวสารข้อมูลเบื้องหลังการทำงานทั้งผู้แปลและสำนักพิมพ์มาแล้วบ้าง ก็ค่อนข้างประทับใจอยู่ หนังสือปกผ้าพิมพ์ลายเดินทอง จับแล้วสัมผัสได้เลยว่านี่คือหนังสือสำหรับนักอ่านผู้รักหนังสือโดยแท้ เล่มใหญ่ตัวหนังสือใหญ่ชัดเจนดี กะว่าจะให้แม่อ่านก่อน หลังสอบค่อยเจอกัน ในที่สุดก็เดินลงรถไฟฟ้าใต้ดินพร้อมกับมันอย่างสุขใจ

แผนต่อไปของวันคือไปเซ็นทรัล ลาดพร้าวเพื่อตามหารองเท้า Nike+ ที่บอกไว้

ฝนก็ตก รถก็ติด นี่แหละช่วงสงกรานต์ขนานแท้และดั้งเดิม จอดรถเสร็จก็ปรี่ขึ้นไปที่แผนกเครื่องกีฬา เห็นรองเท้า Nike+ วางอยู่สามรุ่น โดยมีเจ้า Air Zoom Moire วางเด่นอยู่ หลังจากพิจารณาแล้วก็เลือกเอารุ่นนี้เพราะเป็นรุ่นเดียวที่เป็นสีดำ ดีที่มีขนาดที่ใส่ได้ ลองใส่เบอร์ 11 เดินไปเิดินมาสักพักก็ตกลงใจ คนขายก็เข้าใจถามว่ามี Sport Kit ขายที่นี่ด้วยเหมือนกัน ไม่รอช้า ขอให้รีบจดมาหนึ่งกล่องโดยพลัน ก่อนจบสอยถุงเท้ามาสำรองไว้อีกคู่ ได้ส่วนลดรองเท้าด้วยสิบเปอร์เซ็นต์ แจ่ม…

เป้าหมายต่อไปคือ iPod nano จากร้านที่เล็งไว้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ดีที่ร้านรับบัตรเครดิตโดยไม่คิดเล็กคิดน้อยจึงไม่ต้องจ่ายเงินสด

ปิดท้ายด้วยการลงไปซื้อขนมปังช็อคโกแลตกลับมาฝากแม่ และขนมปังโฮลวีตของตัวเอง

ในที่สุดก็ได้อุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายครบถ้วนในแหล่งเดียว

  • รองเท้า Nike Air Zoom Moire ราคา 4,200 บาท ส่วนลด 420 บาท
    คงเหลือ 3,780 บาท
  • Nike+iPod Sport Kit ราคา 1,450 บาท
  • ถุงเท้า Adidas 130 บาท
  • iPod nano 2nd Gen 2GB ราคา 5,990 บาท

รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 11,350 บาท ประหยัดไป 290 บาท

รองเท้าเดินคงใส่เลยพรุ่งนี้ iPod nano คงต้อง burn in สักพัก หลังสงกรานต์คงจะได้เก็บสถิติกับจริงๆ เสียที

Nike + iPod

ได้เพลงสำหรับใช้ในการเดินวิ่งออกกำลังจากคุณกั้ง ณ สยามพ็อด ช่วยให้บรรยากาศในการเดินสนุกสนานขึ้นเป็นกอง

ยิ่งเช้านี้คุณกั้งได้เพิ่มเติมข้อมูลเรื่อง Nike + iPod ทั้งส่วนของรองเท้าและ Sport Kit มาให้แล้ว ยิ่งต้องใช้พลังจิตอย่างมากในการหักห้ามใจไว้ เพราะอยากได้มาเสริมการเดินออกกำลังจนถึงประมาณแล้ว

จึงวางแผนการซื้อไว้ดังนี้

  • รองเท้า Nike Air Zoom Moire ราคา 4,200 บาท
  • Nike+iPod Sport Kit ราคา 1,450 บาท
  • iPod nano 2GB ราคา 5,990 บาท

รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 11,640 บาท

ลดสเป็กเจ้า iPod nano จาก 4GB (7,990 บาท) ลง เพราะเครื่องนี้คงใช้สำหรับการเดินออกกำลังเป็นหลัก ไม่ต้องใส่เพลงมากมายนักก็ได้ แม้จะมีแต่เครื่องสีเงินอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร ประหยัดงบเอาไว้ก่อน

เริ่มต้นที่รองเท้าก่อน ต้องหาเบอร์ 11 ครึ่ง ให้ได้ก่อน เบอร์ใหญ่อย่างนี้ไม่รู้ว่าจะหาได้ที่ไหนบ้าง อังคารที่จะถึงนี้จะไปเดินหา หลังกลับจากงานสัปดาห์หนังสือ

เจ้า Sport Kit ทราบมาว่าน่าจะมีขายที่เดียวกับ iPod nano หลังจากได้รองเท้าแล้ว ที่เหลือคงไม่ลำบาก

ศรัทธาและการพิสูจน์

การรักษาศรัทธาให้ยังคงแข็งแรงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะบททดสอบที่ผ่านไปตลอดเวลา ยังไม่มีวี่แววของความสำเร็จให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ที่เขียนอย่างนั้นไม่ใช่เพราะกำลังจะสิ้นหวังอีกครั้ง เพราะเช้านี้เดินขึ้นลงตาชั่งอยู่หลายครั้ง ผลที่ออกมาไม่อยากจะเชื่อจักษุวิญญาณของตัวเองเลย แม้ต้องปรับเครื่องชั่งให้ตรงอีกสักครั้ง ผลก็ยังเหมือนเดิมคือเก้าสิบหกกิโล ไม่ลดลงไม่ว่า นี่กลับขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

จะว่าหมดศรัทธาก็หาไม่ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินออกกำลังแทบทุกวัน เว้นแค่วันจันทร์และวันศุกร์ไว้ เพราะมีภาระกิจในสองวันนี้อยู่หลายครั้งแล้ว น่าจะให้เป็นวันพักไปเลยก็ดี

ที่สำคัญ เริ่มเมื่อวานนี้ ได้กลับไปเยือนสวนสมเด็จฯ ที่จตุจักรอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ไปเดินที่นี่มาหลายปี เช้านี้ก็ไปเดินซ้ำอีก จนคิดวางแผนเอาว่า เช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์น่าจะเหมาะสมกับการไปฟอกปอดที่นี่ สะดวกที่สุดเพราะขากลับรถไม่ติดเช่นวันธรรมดา

พื้นทางเดินในสวนสร้างขึ้นด้วยอิฐก้อน แบบอิฐตัวหนอนแต่ไม่ใช่ วางเรียงกันเป็นลวดลายสวยงาม ชวนให้เดิน จะมีบ้างที่บางจุดไม่ราบเรียบเท่าที่ควร แต่เมื่อเทียบกับอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้ในสวนแล้ว ข้อด้อยเหล่านั้นสามารถละไว้ไม่ต้องสนใจได้

อารมณ์ในการเดินต่างกับการเดินบนพื้นปูนที่บ้านอยู่มาก การก้าวเดินที่นี่ต้องใช้แรงส่งจากกล้ามเนื้อน่องทั้งสองข้างค่อนข้างมากกว่า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำความเร็วไม่ดีกว่าเคยสักเพียงใด แต่ดีกว่าในอดีตที่เคยมาเดินออกกำลังแบบทอดน่องที่นี่แน่นอน เสร็จจากการเดินแล้วมานั่งพัก ก็มีอาการซ่าที่เท้าทั้งสองข้างขึ้นทันที หลังกลับมาบ้านแล้ว ก็มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อขาที่จุดต่างๆ ปรากฏขึ้น

การออกกำลังกายตอนเช้าแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เพราะหลังจากนั้นตลอดทั้งวันจะสามารถทำงานอะไรต่อเนื่องนานๆ ได้ คงขึ้นอยู่กับแผนงานในแต่ละวัน จะเช้าหรือจะเป็นบ่ายก็ขอให้ได้ออกกำลังกายก็แล้วกัน

ความหมายก็คือยังมุ่งมั่นเรื่องนี้ได้ต่อไป ยังไม่ถอดใจ

ขบคิดการศึกษา

นั่งอ่าน blog เรื่องล่าสุดของ อ.เดฟ ณ ThaiMacDev เรื่อง printf(“ถึงนักศึกษาที่รัก”); ด้วยความสนใจเรื่องการศึกษาเป็นทุนเดิมอยู่ จึงนิยมอ่านเรื่องราวที่อาจารย์แกพามาฝากอยู่เนืองๆ

และผมก็นิยมขบคิดในประเด็นนั้นๆ ต่อไปอีกด้วย ความว่า

หากการศึกษาบ้านเราเป็นสายพานการผลิต ครูก็เป็นแท่นพิมพ์ จะมีครูมากน้อยแค่ไหนที่เป็น QC Quality Control ไปด้วยในตัว จำนวนไม่น้อยเป็นได้แค่เพียง Inspector

แต่สุดท้ายแล้วกระบวนการทั้งหมด ต้องการ QA Quality Assurance เพื่อตอบสนองสังคมด้วยบัณฑิตใหม่ที่สามารถทำงานให้กับสังคมได้จริง ไม่เห็นแก่ตัว มุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ รองรับเรื่องใหม่ๆ ของโลกได้ และใช้ความรู้ใหม่ๆ นั้นกลับมาทำงานให้สังคมต่อไป

สังคมที่พยายามจะเป็นอุตสาหกรรมโดยที่ไม่เข้าใจตัวตนที่แท้จริง ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะขาดๆ เกินๆ ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้แล

Continue reading ขบคิดการศึกษา